ติดตาม Rolex บน WeChat ได้ด้วยการสแกน QR โค้ด

Lindsey Vonn

ROLEX ทุกเรือนมีเรื่องเล่าขาน

Lindsey Vonn เป็นนักแข่งสกีอัลไพน์ US World Cup ที่รู้จักกันว่าเป็นหนึ่งในนักเล่นสกีที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก แต่จู่ๆ ความสามารถในการเล่นสกีของเธอก็มีความเสี่ยงเมื่อเธอได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าในปี 2013 ซึ่งทำให้เธอต้องพลาดฤดูกาลเล่นสกีทั้งฤดูและการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในโซชี ถึงแม้เหตุการในครั้งนั้นจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่ออาชีพของเธอ ความกล้าหาญและเพียรพยายามของเธอได้เปลี่ยนอุปสรรคนี้ให้เป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวันนี้ ช่วงเวลาพักฟื้นของเธอเป็นช่วงที่ Lindsey ได้รับนาฬิกา Rolex ของเธอเป็นเครื่องเตือนใจว่าอย่ายอมแพ้

Every Rolex Tells A Story — Lindsey Vonn

"แม่ของฉันมีภาวะหัวใจล้มเหลวตอนที่คลอดฉันและเกือบตาย แต่เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ ฉันคิดว่า ขนาดเธอยังรอดมาได้ แล้วนับประสาอะไรกับอาการบาดเจ็บของฉัน"

ไม่มีอะไรเหมือนการเล่นสกีอีกแล้วบนโลกใบนี้ ฉันรักมัน ฉันคิดว่าทุกคนต้องลองเล่นสกีดู อย่างน้อยก็ต้องสักครั้งหนึ่งในชีวิต ฉันรู้สึกอิสระเหมือนอยู่บ้านเลยเมื่อขึ้นไปอยู่บนยอดเขา และเมื่อต้องแข่ง นั่นคือสัญชาตญาณล้วนๆ

ฉันไม่กลัวอะไรมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว คิดอยู่เสมอว่า อาชีพนักสกีทำให้ฉันได้เปรียบมาก ฉันไม่เคยกลัวที่จะไปให้เร็วขึ้น ฉันผลักดันตัวเองจนถึงขีดสุดเสมอ

ฉันบาดเจ็บจากการเล่นสกีหลายครั้งมาก แต่แม่บอกฉันว่าอย่ายอมแพ้ เธอมีภาวะหัวใจล้มเหลวตอนที่คลอดฉันและเกือบตาย แต่เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ ฉันคิดว่า ขนาดเธอยังรอดมาได้ แล้วนับประสาอะไรกับอาการบาดเจ็บของฉัน ความพ่ายแพ้และอาการบาดเจ็บทำให้ฉันแกร่งขึ้น

"ฉันใส่มันเพื่อใช้เป็นเครื่องเตือนใจว่าอย่ายอมแพ้"

ฉันได้นาฬิกา Rolex หลังจากพักฟื้นจากการผ่าตัดหัวเข่าครั้งที่สอง ตอนนั้น ชีวิตฉันอับเฉามาก แต่นาฬิกาเรือนนี้เหมือนแสงส่องทาง เพื่อให้ฉันยืนขึ้นอีกครั้ง ให้ฉันลงมือทำ ให้ฉันฟันฝ่าอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต และฉันยังทำภารกิจไม่สำเร็จ ฉันใส่มันเพื่อใช้เป็นเครื่องเตือนใจว่าอย่ายอมแพ้

นาฬิกา Rolex ของ Lindsey Vonn

นาฬิกาย้ำเตือนว่า ฉันทำทุกอย่างได้อย่างที่ใจต้องการ แม้ฉันเคยประสบความสำเร็จหลายเรื่อง แต่ฉันก็ยังมีอีกหลายเรื่องราวความฝันที่จะไขว่คว้า ในชีวิตฉันมีเหตุการณ์ทั้งร้ายและดีมากมาย แต่สุดท้ายฉันก็พยายามสุดความสามารถทุกที นี่คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตน่าสนใจ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการชนะ แต่เป็นการผจญภัยในชีวิตมากกว่า

ฉันรู้สึกมาเสมอว่าฟ้าได้ลิขิตชะตาชีวิตฉันไว้แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในท้ายที่สุดฉันจะทำตามฝันได้ ฉันคิดว่า ฉันเกิดมาเพื่อเป็นนักแข่งสกี และทันทีที่ฉันประสบความสำเร็จในอาชีพนี้แล้ว ฉันจะหันไปช่วยให้เด็กผู้หญิงคนอื่นๆ ทำตามความฝันของตัวเอง